| |
|
|
| |
|
ลักษณะอุโบสถของภิกษุ |
| |
|
ลักษณะการทำอุโบสถของพระภิกษุนั้น มีลักษณะแตกต่างกัน ตามจำนวนของพระภิกษุในอาวาสนั้น ๆ มีดังนี้คือ |
| |
|
|
| |
|
๑.อธิษฐานอุโบสถ ถ้าในอาวาสนั้นมีภิกษุเพียงรูปเดียว เมื่อถึงวันอุโบสถแล้ว พึงทำกิจเบื้องต้นก่อน คือ กวาดโรงอุโบสถ |
| |
ตั้งน้ำฉัน น้ำใช้ไว้ ปูลาดอาสนะ และตามประทีปไว้ (ถ้ากลางวันไม่ต้องตามประทีป) ท่านให้รอภิกษุอื่นจนหมดเวลา เมื่อเห็นว่า |
| |
ไม่มีภิกษุอื่นมาแล้ว พึงทำอุโบสถด้วยตั้งใจอธิษฐานว่า อชฺช เม อุโปสโถ ปณฺณรโส แปลว่า วันนี้ เป็นวันอุโบสถ
ที่ ๑๕ ค่ำ ของเรา |
| |
ถ้าปักษ์ขาดว่า อชฺช เม อุโปสโถ จาตุทฺทโส แปลว่า วันนี้เป็นวันอุโบสถที่ ๑๔ ค่ำของเรา การทำอุโบสถนี้มีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า |
| |
บุคคลอุโบสถ |
| |
|
|
| |
|
๒.ปาริสุทธิอุโบสถ ถ้าในอาวาสนั้นมีภิกษุอยู่ ๒-๓ รูป แต่ไม่ถึง ๔ รูป ท่านห้ามสวดพระปาฏิโมกข์ ให้ทำปาริสุทธิอุโบสถแทน |
| |
ในขั้นแรกก็ให้ทำกิจเบื้องต้นให้เรียบร้อย ถ้ามีภิกษุ ๒ รูป ให้บอกความบริสุทธิ์ แก่กันและกัน พึงห่มผ้าเฉวียงบ่าข้างหนึ่ง ต่อจากนั้น |
| |
ผู้มีพรรษาอ่อนกว่าพึงกราบผู้มีพรรษาแก่กว่า แล้วนั่งประณมมือ กล่าวว่า ปาริสุทฺโธ อหํ ภนฺเต, ปาริสุทฺโธติ มํ ธาเรถ, |
| |
ผู้มีพรรษาแก่กว่าพึงว่า ปาริสุทฺโธ อหํ อาวุโส, ปาริสุทฺโธติ มํ ธาเรหิ ถ้ามีภิกษุ ๓ รูป ให้ประชุมกันในโรงอุโบสถ แล้วรูปหนึ่ง |
| |
ตั้งญัตติว่าดังนี้ สุณนฺตุ เม ภนฺเต อายสฺมนฺตา อชฺชุโปสโถ ปณฺณรโส,ยทายสฺมนฺตานํ ปตฺตกลฺลํ, มยํ อญฺญมญฺญํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กเรยฺยาม |
| |
แปลว่า ท่านทั้งหลายเจ้าข้า อุโบสถวันนี้ ที่ ๑๕ ถ้าความพรั่งพร้อมของท่านถึงที่แล้ว เราทั้งหลายพึงทำ ปาริสุทธิอุโบสถด้วยกัน |
| |
แล้วให้บอกปาริสุทธิ แก่กันและกัน |
| |
|
|
| |
|
๓.สังฆอุโบสถ การทำสังฆอุโบสถของภิกษุ นับว่าเป็นสังฆกรรมอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้น ภิกษุที่อยู่ในอาวาสนั้น ๆ จะต้องประชุมกัน |
| |
ในสีมาอันเดียวกัน และจะต้องนั่งอยู่ในหัตถบาสกันทุกรูป ในกรณีที่บางอาวาสกำหนดมหาสีมา คือใช้บริเวณอาวาสทั้งหมดเป็นสีมา |
| |
กุฎีสงฆ์อันเป็นที่พักอาศัยก็จะอยู่ในเขตสีมาด้วย เมื่อจะทำสังฆกรรมใด ๆ ภิกษุในอาวาสนั้นจะต้องเข้าประชุมกัน โดยจะต้องนั่ง |
| |
ให้ได้หัตถบาสกันทุกรูป ดังนั้น เมื่อมีการทำสังฆกรรม
ถ้าภิกษุมีเหตุจำเป็นที่จะไม่ลงประชุม เช่น อาพาธ จะต้องออกไปนอกเขต |
| |
อาวาสนั้นเสียก่อน หรือมอบฉันทะและ
บอกปาริสุทธิให้แก่ภิกษุผู้รับมอบฉันทะ ก่อนที่จะมีการทำสังฆกรรม แต่อาวาสโดยทั่วไปแล้ว |
| |
มักจะกำหนดเขตสีมาขึ้น ที่เรียกว่า "พัทธสีมา" หรือที่เรียกว่า "โรงอุโบสถ" หรือเรียกทั่ว ๆ ไปว่าโบสถ์ โดยเขตสีมานี้ ได้ถูกกำหนด |
| |
ให้มีขนาดเล็กที่สุด
โดยต้องให้ภิกษุสงฆ์ ๒๑ รูปนั่งได้พอดี และในแต่ละอาวาส ห้ามมีโรงอุโบสถมากกว่าหนึ่งแห่ง |
| |
|
|
| |
|
|
|