HOME
   
     
 
     
   
ปาฏิโมกข์ แปลว่า เป็นเบื้องต้น เป็นประธาน เป็นประมุข แห่งกุศลธรรมทั้งหลาย
     
   
คำว่าปาฏิโมกข์ หมายถึง บทอันเป็นประธาน โดยความเป็นประมุขของบททั้งปวง
     
   
ปาฏิโมกข  เป็นชื่อของคำภีร์   ที่ประมวลพระพุทธบัญญัติ  ที่พระพุทธองค์ตั้งขึ้นเป็นพุทธอาณา อันได้แก่
 
อาทิพรหมจริยาสิกขา  มีพุทธานุญาตให้สวดในที่ประชุมสงฆ์ทุกกึ่งเดือน   เรียกกันว่า  พระสงฆ์ทำอุโบสถ
     
   
ภิกขุปาฏิโมกข หมายถึง ประมวลสิกขาบทที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้สำหรับภิกษุ มี ๒๒๗ ข้อ
     
   
ภิกขุณีปาฏิโมกข หมายถึง ประมวลสิกขาบทที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้สำหรับภิกษุณี มี ๓๑๑ ข้อ
     
   
ประวัติความเป็นมา  ของการสวดพระปาฏิโมกข์ ในครั้งพุทธกาล    พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยุ่     ณ ภูเขาคิชฌกูฏ  
 
เขตพระนครราชคฤห์  พระเจ้าพิมพิสารเห็นพวกนักบวชลัทธิือื่นประชุมกันกล่าวธรรม ในวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ และ ๘ ค่ำ แห่งปักข์
 
มีคนไปฟังธรรม  คนเหล่านั้นมีความรัก  ความเลื่อมใส ทำให้นักบวชพวกนั้นมีผู้เข้าเป็นฝักฝ่าย     พระเจ้าพิมพิสารก็ทรงปรารภ
 
จะให้ภิกษุในพระพุทธศาสนาทำอย่างนั้นบ้าง  จึงได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า  กราบทูลพระราชดำรินั้น     พระผู้มีพระภาค
 
ก็ทรงอนุมัติ   ทรงประทานพุทธานุญาตให้ภิกษุทั้งหลาย    ประชุมกันในวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ และ ๘ ค่ำ แห่งปักษ์
     
   
ในครั้งแรกภิกษุทั้งหลายประชุมกัน แต่นั่งกันนิ่ง ๆ   พวกชาวบ้านทั้งหลายมาด้วยหวังว่าจะไ้ด้ฟังธรรม       แต่ก็ไม่ได้ฟัง
 
จึงพากันติเตียน ภายหลังพระผู้มีพระภาคจึงทรงอนุญาตให้ภิกษุทั้งหลาย ประชุมกัน  เพื่อกล่าวธรรมได้
     
   
การสวดปาฏิโมกข์เป็นอุโบสถกรรม ต่อมาพระพุทธองค์ได้ทรงมีพระดำริว่า พระองค์จะทรงอนุญาตสิกขาบท    ที่พระองค์
 
ได้ทรงบัญญัติแก่ภิกษุทั้งหลาย ให้เป็นปาฏิโมกขุทเทสของพวกเธอ  ปาฏิโมกขุทเทสนั้นจักเป็นอุโบสถของพวกเธอ พระพุทธองค์
 
ได้ทรงมีพระบัญญัติตามที่ทรงดำริ ทรงอนุญาตให้สวดพระปาฏิโมกข์ และทรงแสดง วิธีสวดพระปาฏิโมกข์ เริ่มตั้งแต่กิจเบื้องต้น
     
 
ข้อแนะนำในการท่องจำปาฏิโมกข์
  ๑. เมื่อเริ่มท่องจำปาฏิโมกข์ครั้งแรกนั้น ควรเอาหนังสือปาฏิโมกข์มาอ่านส่วนที่ต้องการท่องอย่างช้า ๆ และชัด ๆ
 
จนสามารถอ่านได้คล่องแล้ว จึงค่อยท่องจำตามนั้น
 
๒. ควรตื่นขึ้นมาท่องจำปาฏิโมกข์ต่อจากวันวาน ตั้งแต่เช้ามืด ในเวลาช่วงเช้าก็ทบทวนปาฏิโมกข์ส่วนที่ท่องจำได้แล้วทั้งหมด
 
ช่วงบ่ายก็ท่องจำ    ต่อจากที่ท่องได้แล้วเมื่อตอนเช้ามืด   ช่วงค่ำก่อนจะพักผ่อน     ก็ทบทวนส่วนที่ท่องมาได้แล้วทั้งหมด  เวลาเหล่านี้
 
ไม่ได้จำเพาะตายตัว   แต่ขึ้นอยู่กับการสังเกตุของผู้ท่องเองว่า เวลาใดจดจำได้ดี   ก็ใช้เวลาช่วงนั้นท่องจำส่วนที่ยังจำไม่ได้   เวลาใด
 
ที่สมองล้า มึนตื้อ ก็ใช้เวลานั้นในการทบทวนส่วนที่ท่องได้แล้ว
 
๓. ในการท่องปาฏิโมกข์ ควรจะหาผู้ทบทวนให้ โดยการไปท่องให้ท่านฟัง จะทำให้ท่องได้ไม่ผิดพลาด
 
๔. การท่องจำควรจะท่องจำให้ เป็นวรรค เป็นตอน ให้พยายาม หยุดตามเครื่องหมาย , . : ;
 
 
ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ท่องได้แล้ว
 
๑. ขณะที่ทวบทวนอยู่ควรจะสังเกตุด้วยว่า มักจะหลงท่องผิดข้อไหน เมื่อเวลาขึ้นสวดจริงจะได้ระวังเมื่อสวดถึงข้อนั้น
 
๒. สาเหตุสำคัญที่ทำให้สวดผิด หรือจำไม่ได้เวลาขึ้นสวดจริง คือสติไม่ค่อยจดจ่ออยู่กับการสวดและหลงตัวเองว่าสวดได้ดีแล้ว
 
ถ้าป้องกันสาเหตุ ทั้ง ๒ ข้อนี้ได้แล้ว และหมั่นทบทวนอยู่สม่ำเสมอ จะทำให้สวดได้ดี
 
๓. โดยปกติแล้วการสวดปาฏิโมกข์ จะใช้เวลา ๔๐ - ๕๐ นาที (ถ้าช้ากว่าถือว่าช้ามาก ถ้าเร็วกว่าถือว่าเร็วมาก ไม่ถือว่าดี)
 
๔. สำหรับผู้ตรวจทานในขณะสวด ไม่ควรบอกหรือทักท้วงเร็วเกินไป ควรสังเกตุจังหวะให้พอเหมาะ จะเป็นผลดีต่อผู้สวด