HOME
   
     
 
     
คำปวารณา
เมื่อตั้งญัตติแล้ว พระเถระผู้เป็นประธานพึงห่มผ้าเฉวียงบ่า นั่งกระโหย่งประนมมือ กล่าวคำปวารณาต่อสงฆ์ว่า
สงฺฆํ อาวุโส ปวาเรมิ, ทิฏฺเฐน วา สุเตน วา ปริสงฺกาย วา, วทนฺตุ มํ อายสฺมนฺโต อนุกมฺปํ อุปาทาย, ปสฺสนฺโต ปฏิกฺกริสฺสามิ,
ทุติยมฺปิ อาวุโส สงฺฆํ ปวาเรมิ, ทิฏฺเฐน วา สุเตน วา ปริสงฺกาย วา, วทนฺตุ มํ อายสฺมนฺโต อนุกมฺปํ อุปาทาย, ปสฺสนฺโต ปฏิกฺกริสฺสามิ,
ตติยมฺปิ อาวุโส สงฺฆํ ปวาเรมิ, ทิฏฺเฐน วา สุเตน วา ปริสงฺกาย วา, วทนฺตุ มํ อายสฺมนฺโต อนุกมฺปํ อุปาทาย, ปสฺสนฺโต ปฏิกฺกริสฺสามิ,
 
หลังจากนั้น ภิกษุผู้มีพรรษาอ่อนกว่าพึงปวารณาตามลำดับ โดยว่า
สงฺฆํ ภนฺเต ปวาเรมิ, ทิฏฺเฐน วา สุเตน วา ปริสงฺกาย วา, วทนฺตุ มํ อายสฺมนฺโต อนุกมฺปํ อุปาทาย, ปสฺสนฺโต ปฏิกฺกริสฺสามิ,
ทุติยมฺปิ ภนฺเต สงฺฆํ ปวาเรมิ, ทิฏฺเฐน วา สุเตน วา ปริสงฺกาย วา, วทนฺตุ มํ อายสฺมนฺโต อนุกมฺปํ อุปาทาย, ปสฺสนฺโต ปฏิกฺกริสฺสามิ,
ตติยมฺปิ ภนฺเต สงฺฆํ ปวาเรมิ, ทิฏฺเฐน วา สุเตน วา ปริสงฺกาย วา, วทนฺตุ มํ อายสฺมนฺโต อนุกมฺปํ อุปาทาย, ปสฺสนฺโต ปฏิกฺกริสฺสามิ,
 
อันตรายของปวารณา
อันตรายของปวารณานั้นมีเหมือนกับอันตรายของอุโบสถ อันตรายของปวารณานี้ เป็นเหตุให้การทำปวารณา
สามารถปวารณาน้อยกว่า ๓ ครั้งได้ และเพิ่มเหตุแห่งการเลื่อนปวารณา ๒ ประการ
 
เหตุแห่งการเลื่อนปวารณา
วันปวารณานั้น จะเลื่อนให้กระชั้นเข้ามาก่อน ๓ เดือนนับแต่วันเข้าพรรษาไม่ได้ แต่จะเลื่อนออกไปอีกปักษ์หนึ่งหรือเดือนหนึ่ง
ได้อยู่ ถ้าจะเลื่อน ต้องประกาศให้สงฆ์รู้เหตุแล้ว ทำอุโบสถแทนในวันนั้น เมื่อถึงกำหนดจึงปวารณา เหตุแห่งการเลื่อน คือ
 
๑. มีภิกษุจากที่อื่นจะเข้ามาสมทบปวารณาด้วย โดยหมายจะคัดค้านผู้นั้นผู้นี้ ทำให้เกิดอธิกรณ์ขึ้น
 
๒. ภิกษุสงฆ์อยู่ด้วยกันเป็นผาสุข หากว่าปวารณาแล้วเป็นเหตุจะต้องจาริกจากกันไปเสีย ด้วยหวังที่จะอยู่ร่วมกันต่อไปอีก
จึงเลื่อนการปวารณาออกไป โดยจะเลื่อนได้เต็มที่ ๒ ปักษ์
 
คำสวดประกาศบุพกรณ์และบุพกิจของปวารณา
ปวารณากรณโต  ปุพฺเพ  นววิธํ  ปุพฺพกิจฺจํ  กาตพฺพํ โหติ,  ตณฺฐานสมฺมชฺชนญฺจ ตตฺถ  ปทีปุชฺชลนญฺจ  อาสนปญฺญปนญฺจ
ปานียปริโภชนียูปฏฺฐปนญฺจ ฉนฺทารหานํ ภิกฺขูนํ ฉนฺทาหรนญฺจ เตสญฺเญว อกตปฺปวารณานํ ปวารณายปิ อาหรณญฺจ อุตุกฺขานญฺจ
ภิกฺขุคณนา จ ภิกฺขุนีนโมวาโท จาติ. (ตตฺถ ปุริเมสุ จตูสุ กิจฺเจสุ  อิทานิ  สุริยาโลกสฺส  อตฺถิตาย  ปทีปกิจฺจํ  นตฺถิ  อปรานิ   ตีณิ)
ภิกฺขูนํ  วตฺตํ  ชานนฺเตหิ  (อารามิเกหิปิ)  ภิกฺขูหิปิ  กตานิ  ปรินิฏฺฐิตานิ  โหนฺติ  ฉนฺทหรณปวารณาอาหรณานิ  ปน  อิมิสฺสํ   สีมาย
หตฺถปาสํ วิชหิตฺวา นิสินฺนานํ ภิกฺขูนํ อภาวโต นตฺถิ. อุตุกฺขานํ นาม เอตฺตกํ อติกฺกนฺตํ เอตฺตกํ อวสิฏฺฐนฺติ, เอวํ  อุตุอาจิกฺขนํ  อุตูนีธ
ปน สาสเน เหมนฺตคิมฺหวสฺสานานํ วเสน ตีณิ โหนฺติ อยํ วสฺสาโนตุ, อิมสฺมิญฺจ  อุตุมฺหิ สตฺต จ  อุโปสถา  เอกา จ  ปวารณา  อิมินา
ปกฺเขน เอกา ปวารณา สมฺปตฺตา ปญฺจ อุโปสถา อติกฺกนฺตา เทฺว อุโปสถา อวสิฏฺฐา อิติ เอวํ สพฺเพหิ อายสฺมนฺเตหิ อุตุกฺขานํ ธาเรตพฺพํ
(รับว่า เอวํ ภนฺเต หรือ อามภนฺเต)
 
 
ภิกฺขุคณนา นาม อิมสฺมึ ปวารณคฺเค ปวารณตฺถาย สนฺนิปติตา ภิกฺขู เอตฺตกาติ ภิกฺขูนํ คณนา, อิมสฺมิมฺปน ปวารณคฺเค
(ปญฺจ ภิกฺขู) สนฺนิปติติ โหนฺติ, อิติ เอวํ สพฺเพหิ อายสฺมนฺเตหิ ภิกฺขุคณนาปิ ธาเรตพฺพา.
(รับว่า เอวํ ภนฺเต หรือ อามภนฺเต)
 
  ภิกฺขุนีนโมวาโท ปน อิทานิ ตาสํ นตฺถิ ตาย นตฺถิ อิติ สกรโณกาสานํ ปุพฺพกิจฺจานํ กตตฺตา  นิกฺกรโณกาสานํ  ปุพฺพกิจฺจานํ
ปกติยา  ปรินิฏฺฐิตตฺตา  เอวนฺตํ  นววิธํ  ปุพฺพกิจฺจํ  ปรินิฏฺฐิตํ  โหติ.   นิฏฺฐิเต จ  ปุพฺพกิจฺเจ  สเจ โส  ทิวโส  จาตุทฺทสี   ปณฺณรสี
สามคฺคีนมญฺญตโร  ยถาชฺช  ปวารณา  ปณฺณรสี,  ยาวติกา จ  ภิกฺขู  กมฺมปฺปตฺตา  สงฺฆปวารณารหา ปญฺจ วา  ตโต วา   อติเรกา
ปกตตฺตา ปาราชิกํ อนาปนฺนา สงฺเฆน วา อนุกฺขิตฺตา, เต จ โข หตฺถปาสํ อวิชหิตฺวา เอกสีมายํ ฐิตา, เตสญฺ จ วิกาลโภชนาทิวเสน
วตฺถุสภาคาปตฺติโย เจ น วิชฺชนฺติ,  เตสญฺจ  หตฺถปาเส  หตฺถปาสโต  พหิกรณวเสน  วชฺเชตพฺโพ โกจิ  วชฺชนียปุคฺคโล เจ  นตฺถิ.
เอวนฺตํ ปวารณากมฺมํ  อิเมหิ  จตูหิ  ลกฺขเณหิ  สงฺคหิตํ  ปตฺตกลํ  นาม โหติ กาตุ  ยุตฺตรูปํ  ปวารณากมฺมสฺส  ปตฺตกลฺลตฺตํ  วิทิตฺวา
อิทานิ กริยามานา ปวารณา สงฺเฆน อนุมาเนตพฺพา.
(รับว่า เอวํ ภนฺเต หรือ อามภนฺเต)