| |
สมุดภาพพุทธประวัติ |
ฉบับ อนุรักษ์พระพุทธศาสนา โดย ครูเหม เวชกร |
| |
|
|
|
|
| |
ตอนที่ ๓ พอประสูติจากพระครรภ์พระมารดา ณ ป่าลุมพินีวัน ก็ทรงดำเนินได้ ๗ ก้าว
|
| |
|
| |
ภาพนี้เป็นตอนประสูติ คนที่เคยอ่านพุทธประวัติหรือปฐมสมโพธิ และเคยเห็นภาพตามผนังโบสถ์ในวัดมาแล้ว |
คงพอเข้าใจและดูออกว่าคืออะไร |
| |
|
|
ทารกที่เห็นนั่นคือเจ้าชายสิทธัตถะ หรือพระพุทธเจ้าในเวลาต่อมา ซึ่งพอประวัติจากพระครรภ์พระมารดา |
ก็ทรงพระดำเนินด้วยพระบาทไปได้ ๗ ก้าว พร้อมกับทรงยกพระหัตถ์ขวาและเปล่ง พระวาจา เบื้องใต้พระบาท |
มีดอกบัวรองรับ พระวาจาที่ทรงเปล่งออกมานั้น กวีท่านแต่งไว้เป็นภาษาบาลี แปลถอดใจความเป็นภาษาไทยได้ว่า |
| |
|
|
"...เราจะเป็นคนเก่งที่สุดในโลกคนหนึ่ง ซึ่งจะหาผู้ใดเสมอเหมือนไม่มี ชาติที่เกิดนี้เป็นชาติสุดท้ายของเรา |
เราจะไม่ได้เกิดต่อไปในเบื้องหน้าอีกแล้ว..." |
| |
|
|
กลุ่มสตรีที่อยู่ในท่านั่งบ้าง คุกเข่าบ้าง นั้นคือบรรดานางพระกำนัลที่ตามเสด็จพระนาง มายา ส่วนรูปสตรี |
ที่ยืนหันหลังให้ต้นไม้ใหญ่นั้นคือพระมารดา พระหัตถ์ขวาของท่านเหนี่ยวกิ่งไม้ ต้นไม้ ใหญ่นี้คือต้นสาละ ที่แต่ก่อน |
เคยแปลกันว่าไม้รังหรือเต็งรังอย่างที่มีอยู่ในบ้านเรา แต่ภายหลังได้เป็นที่รู้ กันว่า สาละไม่ใช่ไม้รัง และไม่มีป่าใน |
เมืองไทย เป็นไม้พันธุ์ในตระกูลยางซึ่งมีอยู่ในอินเดียที่คนอินเดียนิยม ใช้ปลูกบ้านสร้างเรือนอยู่กัน มีมากในแถบ |
ภูเขาหิมาลัย
|
| |
|
| |
สถานที่ประสูตินี้เรียกว่า 'ลุมพินี' อยู่นอกเมืองกบิลพัสดุ์ เวลานี้อยู่ในเขตประเทศเนปาล |
| |
|
|
แทรกเรื่องอื่นเข้าบ้างเล็กน้อย กล่าวคือ เมืองพระประยูรญาติของพระพุทธเจ้ามีสองเมือง คือ กบิลพัสดุ์ กับ |
เทวทหะ กบิลพัสดุ์เป็นเมืองพ่อของพระพุทธเจ้า นี้ว่าอย่างภาษาสามัญ ส่วนเทวทหะเป็น เมืองแม่ พระบิดาของ |
พระพุทธเจ้าอยู่ที่เมืองกบิลพัสดุ์ ส่วนพระมารดาเดิมอยู่ที่เมืองเทวหะ กษัตริย์และเจ้า นายจากสองเมืองนี้ ต่างเป็นญาติ |
เกี่ยวดองกันโดยทางอภิเษกสมรส |
| |
|
|
เมื่อพระนางมายาจวนครบกำหนดประสูติ จึงทูลลาพระสามี คือพระเจ้าสุทโธนะ เพื่อประสูติพระโอรส ที่เมือง |
อันเป็นราชตระกูลของพระนาง ตามธรรมเนียมพราหมณ์ที่ว่า สตรีเวลาจะคลอดลูกต้อง ไปคลอดที่บ้านพ่อแม่ของตน |
พระนางมายาเสด็จไปถึงระหว่างทางยังไม่ทันถึงเมืองเทวทหะ ทรงประชวรพระครรภ์เสียก่อน เลยจึงประสูติที่นั่น |
| |
|
|
วันที่พระพุทธเจ้าประสูตินั้นคือ วันศุกร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ |
| |
|
|
|
|