พุทธประวัติ ตอนที่ ๔
 
 
สมุดภาพพุทธประวัต
ฉบับ อนุรักษ์พระพุทธศาสนา โดย ครูเหม เวชกร
       
 
ตอนที่ ๔ อสิตดาบสมาเยี่ยม เห็นกุมารประกอบด้วยมหาปุริสลักษณะก็ถวายบังคม
   
ภาพนี้เป็นตอนภายหลังพระพุทธเจ้าประสูติแล้วใหม่ๆ คือภายหลังพระพุทธบิดาทราบข่าว พระนางมายาประสูติ
พระโอรสระหว่างทางที่สวนลุมพินี แล้วรับสี่งให้เสด็จกลับเมืองแล้ว
   
ผู้ที่มุ่นมวยผมเป็นชฎา และมือทั้งสองประนมแค่อกที่เห็นอยู่นั้นคือ 'อสิตดาบส' หรือบาง แห่งเรียกว่า กาฬเทวิล
ดาบส ท่านดาบสผู้นี้บวชเป็นฤาษีอยู่ข้างเขาหิมพานต์ หรือที่ทุกวันนี้เรียกว่าเขา หิมาลัยนั่นเอง ท่านเป็นที่เคารพนับถือ
ของพระเจ้าสุทโธทนะและของราชตระกูลนี้ และเป็นผู้คุ้นเคยด้วย
   
เมื่อท่านทราบข่าวว่าพระเจ้าสุทโธทนะ ประมุขกษัตริย์กรุงกบิลพัสดุ์ทรงมีพระราชโอรส ใหม่ จึงออกจากอาศรม
ที่เชิงเขา เข้าไปเยี่ยมเยียนเพื่อถวายพระพรยังราชสำนัก   พระเจ้าสุทโธทนะทรงทราบข่าวว่าท่านดาบสมาเยี่ยม  ก็ทรง
ดีพระพระทัยนักหนา จึงตรัสสั่งให้นิมนต์ท่านนั่งบนอาสนะแล้ว  ทรงอุ้มพระราชโอรสออกมาเพื่อให้นมัสการท่านดาบส
   
พอท่านดาบสได้เห็นเจ้าชายสิทธัตถะ ก็ทำกริยาผิดวิสัยสมณะ ๓ อย่าง คือ ยิ้มหรือแย้ม หรือที่ภาษากวีในหนังสือ
ปฐมสมโพธิเรียกอย่างหนึ่งว่า หัวเราะแล้วร้องไห้ แล้วกราบแทบพระบาทของ เจ้าชายสิทธัตถะ
   
ท่านยิ้ม  เพราะเห็นพระลักษณะของเจ้าชายสิทธัตถะ   ต้องด้วยตำรับมหาบุรุษลักษณ์ ท่านเห็นว่า คนมีลักษณะ
อย่างนี้  ถ้าอย่างครองเรือนจะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้ทรงมีพระบรมเดชานุภาพแผ่ไปไกล   แต่ถ้าได้ออกบวชจะได้
เป็นพระศาสดาผู้มีชื่อเสียงที่สุดในโลก  ที่ท่านร้องไห้ก็เพราะเชื่อแน่ว่าเจ้าชาย  ราชกุมารนี้จะต้องออกบวช  เพราะเหตุ
ุที่เชื่ออย่างนี้  เลยนึกถึงตัวท่านเองว่า  เรานี่แก่เกินการณ์เสียแล้วเลย   เสียใจว่ามีบุญน้อย   ไม่มีโอกาสที่จะได้ฟังธรรม
จากพระพุทธเจ้า และที่กราบไหว้พระบาทราชกุมารที่เพิ่ง ประสูติใหม่ ก็เพราะเหตุเดียวที่กล่าวนี้
   
ฝ่ายเจ้านายในราชตระกูลได้เห็นและได้ทราบข่าวว่า ท่านดาบสกราบพระบาทราชกุมาร ต่าง ก็มีพระทัยนับถือ
พระราชกุมารยิ่งขึ้น จึงทูลถวายโอรสของตนให้เป็นบริวารของเจ้าชายสิทธัตถะ ตระกูลละ องค์ๆ ทุกตระกูล