| |
|
|
| |
|
เหตุให้สวดพระปาฏิโมกข์ย่อ |
| |
|
|
| |
|
โดยปกติแล้วการสวดพระปาฏิโมกข์นั้น ท่านให้สวดจนจบ ยกเว้นเมื่อมีเหตุจำเป็น อนุญาตให้สวดย่อได้ เหตุจำเป็นนั้น |
| |
มีอยู่ด้วยกัน ๒ อย่าง คือ |
| |
|
|
| |
|
๑. ไม่มีภิกษุจำได้จนจบ เช่นนี้ให้สวดเท่าที่จำได้ |
| |
|
|
| |
|
๒. เกิดเหตุฉุกเฉินที่ท่านเรียกว่า อันตราย ท่านให้สวดย่อได้ เหตุฉุกเฉินที่เรียกว่าอันตรายนั้น มี ๑๐ อย่าง คือ |
| |
|
|
|
| |
|
|
๑. ราชันตราย พระราชาเสด็จมาเลิกสวดเพื่อรับเสด็จ |
| |
|
|
|
| |
|
|
๒. โจรันตราย โจรมาปล้น เลิกสวดเพื่อหนีภัย หรือป้องกัน |
| |
|
|
|
| |
|
|
๓. อัคคิยันตราย ไฟไหม้ เลิกสวดเพื่อช่วยกันดับไฟ |
| |
|
|
|
| |
|
|
๔. อุทกันตราย น้ำหลากมา เลิกสวดเพื่อหนีน้ำ ถ้าสวดกลางแจ้ง ฝนตกลงมาเลิกสวดเพื่อหนีฝน |
| |
|
|
|
| |
|
|
๕. มนุสสันตราย คนมามาก เลิกสวดเพื่อจะรู้เหตุหรือเพื่อการต้อนรับ |
| |
|
|
|
| |
|
|
๖. อมนุสสันตราย ผีเข้าภิกษุ เลิกสวดเพื่อขับผี |
| |
|
|
|
| |
|
|
๗. วาฬันตราย สัตว์ร้ายมีเสือเป็นต้นเข้ามาในที่ประชุม เลิกสวดเพื่อขับไล่ |
| |
|
|
|
| |
|
|
๘. ชีวิตันตราย ภิกษุเกิดอาภาธขึ้นระหว่าสวด อันเป็นอันตรายแก่ชีวิต เลิกสวดเพื่อเยียวยารักษา อันตรายทั้ง ๑๐ ประการ |
| |
|
|
อย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นให้ชักสุตบทสวดปาฏิโมกข์ย่อได้ หรือไม่มีผู้ใดสามารถสวดจนจบ เป็นหน้าที่ของพระเถระ |
| |
|
|
หรือพระภิกษุที่ได้รับมอบหมายจะพึงสวดเท่าที่จำได้แล้วชักสุตบทในอุเทสที่จำไม่ได้ ก็สำเร็จเป็นสังฆปาฏิโมกข์ได้เหมือนกัน |
| |
|
|
ส่วนผู้ที่กล่าวว่า ถ้าสวดไม่จบ
ไม่เป็นสังฆกรรม สู้ไม่ทำเสียเลยดีกว่า ผู้นั้นจัดว่าเป็นผู้ทำลายพระธรรมวินัย อันเป็นศาสนา |
| |
|
|
อย่างร้ายแรง จัดเป็นผู้บ่อนทำลายอันยิ่งใหญ่ในศาสนานี้ด้วย
ความเห็นดังกล่าว ทำให้บางอาวาส ไม่ได้ทำสังฆกรรม |
| |
|
|
สวดปาฏิโมกข์ ถือว่าเป็นการล้มล้างพระธรรมวินัยของพระศาสดาอย่างแท้จริง |
| |
|
|
|
| |
|
|
๙. สิริงสปันตราย สัตว์เลี้อยคลานเข้ามาในที่ประชุม เลิกสวดเพื่อขับไล่ |
| |
|
|
|
| |
|
|
๑๐. พรหมจริยันตราย มีอันตรายเกิดขึ้นแก่พรหมจรรย์ของภิกษุ เช่นมีคนมาเพื่อจับภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง |
| |
|
|
| |
|
|
|