watphosri webboard
สิงหาคม 28, 2008, 09:35:10 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ข่าวสารจากวัดโพธิ์ศรี  ตอนนี้ยังไม่มีข่าวอ่ะจ้า.. ^ ^
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องจริง การต่อสู้ชีวิตของลูกชาวนาที่กำพร้าทั้งพ่อและแม่  (อ่าน 54 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
DenkunG
เข้าขั้นบ้าแล้วจ้า..^ ^
Administrator
นักท่องเที่ยว
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 43


อย่าติ โดยไม่มีคำแนะนำ


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: เมษายน 15, 2008, 09:59:55 am »

เรื่องจริง การต่อสู้ชีวิตของลูกชาวนาที่กำพร้าทั้งพ่อและแม่ จากเด็กเทคนิค สู่เด็กช่างกล จบปริญโทวิศวะ มุ่งหน้า ป.เอก
........ปัจจุบันกำลังฝ่าฝันสู่ การศึกษาปริญาเอก ณ.ประเทศสวิสเซอร์แลนด์........

กระทู้นี้ขอมาให้กำลังใจสำหรับคนที่ท้อแท้ในชีวิต...สิ้นหวังทางการศึกษา.....หรือมีฐานะยากจน...ทุกอย่างมีทางออกครับ...
พร้อมกันนี้ก็มาให้กำลังใจคนเองเพื่อการสู้ต่อกับปริญญาใบสุดท้ายซึ่งสูงสุดแล้วก็จะพอแล้วครับ....

ผมเกิดในครอบครัวชาวนายากจนของจังหวัดหนึ่งในภาคอิสาน ซึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่ยากจนที่สุดของประเทศไทย คุณแม่เสียชีวิตตอน
อายุประมาณ 5 ขวบ เป็นลูกคนเล็กมีพี่น้อง 11 คน พอเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น คุณพ่อก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง...จากนั้นชีวิตก็โดดเดียวอย่างแท้จริง...

...ภาพในวัยเด็กหลายภาพที่ตราตรึงในความทรงจำไม่เคยลืม....ครั้งหนึ่งหลังจากแม่เสียชีวิตแล้ว พ่อได้ไปเป็นชาวไร่ ซึ่ง*.*งจากบ้านประมาณ40
กิโลเมตร วันนั้นจะเดินทางกลับบ้านพร้อมกับพี่สาว ได้เดินทางด้วยเท้าเปล่าจากไร่มาถนนใหญ่ประมาณ5กิโลเมตร เพื่อมาต่อรถประจำทางกลับบ้าน
 ผมเหนื่อยและหิวข้าวมาก ระหว่างรอรถ ผมเห็นนมหนองโพขายอยู่ในตู้แช่ผมแอบมองและกลืนน้ำลายหลายเอือก ก่อนจะบอกพี่สาวว่า..."พี่ผมหิวข้าว
ผมขอกินนมในตู้นั้นได้ไหม"...พี่สาวบอกว่าได้..."เธอเดินไปที่ตู้แล้วถามคนขายว่า นมนี้กี่บาท" ...."5บาท" คนขายตอบ ...เธอวางลงทันทีพร้อมเดินกลับ
มาที่ผมเอามือลูบหัวแล้วบอกว่า "มันแพง...อดทนไว้นะ เดี๋ยวกลับถึงบ้านเราก็ได้กินข้าวแล้ว" (เขียนมาถึงตรงนี้น้ำตาผมไหล)....

....คืนหนึ่งเวลาเที่ยงคืนกว่า จริงๆ (ผมยังไม่อย่านม ดื่มนมแม่) ผมตื่นขึ้นมากลางดึก คืนนั้นนอนกับพี่สาวจำได้ว่าแม่ป่วย...แล้วผมก็เรียกหาแม่
พี่สาวขยับเข้ามากอดแล้วก็น้ำตาไหล บอกผมเบาๆ ว่า จากนี้เราไม่มีแม่กับเขาแล้วนะ...แม่เราเสียแล้ว....ผมเงียบไม่เข้าใจเท่าไร แต่พี่สาวร้องให้...
(และตอนนี้ผมก็ร้องให้อีกครั้ง)

...ขณะผมเรียนชั้นประถม เคยขอเงิน1บาทเพื่อไปโรงเรียน พี่สาว บอกว่าไม่มี...ที่บ้านเราไม่มีตังส์ผมไม่เชื่อ..ผมแอบหา ทั้วทุกมุมบ้านค้นทุกจุด
ที่คิดว่าจะเป็นที่ซ่อนเงินได้...ก็ไม่เจอ...พี่สาวโกรธมากที่ เขาบอกว่าไม่มี แล้วผมไม่เชื่อผมร้องให้ โดนไม้เรียวหวดที่ขา อย่างแรงไปหนึ่งที แล้ว
เขาบอกผมว่า พี่บอกว่าไม่มีมันคือไม่มีจริงๆ ...ไปโรงเรียนได้แล้ว...ผมเดินก้มหน้าร้องให้ไปโรงเรียนพร้อมกับคิดถึงแม่....

....ผมเรียนจนจบป.6 ไม่เคยมีรองเท้าใส่ไปโรงเรียน...ไม่เคยได้เงินไปโรงเรียนเลย จนต้องไปเก็บฝรั่งหลังบ้านไปขายให้เพื่อนที่โรงเรียนเพื่อจะได้เงิน
1...บาท

...ผมได้เรียนต่อมัธยมในเมือง แต่การเดินทางนั้นลำบากมากผมต้องปั้นจักรยานฝ่าทางลูกรัง 8 กิโลเมตร...แล้วไปจอดทิ้งไว้ข้างทาง จากนั้นต้องนั่ง
ต่อสองแถวอีก16 กิโลเมตรเพื่อเข้าไปเรียนในเมือง....แล้วเย็นวันนั้นที่ผมไม่เคยลืม...ผมเรียนชั้น ม.1 ที่โรงเรียนมีกิจกรรมลูกเสือผมเลิกเย็นขึ้นรถ
สองแถวรอบ สุดท้าย 6 โมงเย็นพอถึงปากทางปั่นจักรยานกลับบ้านแล้ววันนั้น มีรถขนดินวิ่งผ่านหน้าผมไป มันหอบฝุ่นดินแล้วทรายลูกรังสีแดงปิดหน้า
ปิดตา ผมแทบหายใจไม่ออก ...ผมก็ปั่นแข่งกับรถขนดินเพื่อที่จะไม่ให้ฝุ่นมันมาปลิวเข้าหน้า ด้วยเหตุที่ถนนเป็นเป็นหลุมเป็นบ่อมาก ผมปั่นจักรยานเร็ว
 เอาชนะรถบรรทุกได้ พอถึงทางแยกผมต้องเลี้ยวซ้ายรถบรรทุกวิ่งตรงไป มัวแต่หันไปมองรถบรรทุก จักรยานที่ผมปั่นมาด้วยความเร็ว ตกหลุมขนาดใหญ่
ทันที แล้วกระเป๋าหนังสือที่ใหญ่ยักษ์ก็ลอยขว้างแล้วหล่นตุบทับหัวผม หน้าไถลไปกลางทางลูกรังพังพาบ อยู่ตรงนั้น...พอตั้งสติได้ผมลุกไปเก็บกระเป๋า คว้า
จักรยานเพื่อจะปั่นต่อกลับบ้าน ปรากฎว่าล้อหน้า มันกลายเป็นเลข แปดเสียแล้ว....มือซ้ายผมต้องหอบกระเป๋า ...มือขวาลากจักรยานเข้าหมู่บ้านต่ออีกสี่กิโลด้วยเท้าเปล่าในเวลาทุ่มเศษ......

แม้จะผันตัวเองมาเป็นดีเจ หลายคลื่น เล่นละครเวที พิธีกรโทรทัศน์...แต่ความจนยากลำบากในอดีตมันไม่เคยเลือนไปจากความทรงจำของผมเลยครับ...
คิดว่าการศึกษาเท่านั้นจะทำให้ชีวิตผมดีขึ้น... จึงทำให้ผมมีวันนี้ครับ....

ตอนนี้กำลังฟันฝ่าเพื่อที่จะได้เข้าเรียนปริญญาเอกที่มหาวิยลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในสวิส ครับ...เหนื่อยบ้าง ท้อ บ้างแต่ไม่เคยถอยครับ...และที่นี่เองเป็นที่จุดประกายให้ผมเขียนกระทู้นี้มาแบ่งปันทุกท่านครับ.....

ยังมีอีกหลายบทหลายตอนที่จะเล่าให้อ่าน.....ครับ
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!