watphosri webboard
สิงหาคม 28, 2008, 09:34:03 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ข่าวสารจากวัดโพธิ์ศรี  ตอนนี้ยังไม่มีข่าวอ่ะจ้า.. ^ ^
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ประวัติ หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ  (อ่าน 63 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
naruto
ผู้ดูแลระบบระดับสูง
นักท่องเที่ยว
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 37


ริวซินแส


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2008, 02:59:54 pm »

หลวงพ่อเทียน  จิตฺตสุโภ เดิมชื่อพันธ์  อินทผิว เกิดเมื่อวันที่ ๕ กันยายน พ.ศ.๒๔๕๔

ที่บ้านบุฮม ตำบลบุฮม  อำเภอเชียงคาน  จังหวัดเลย  บิดาชื่อ จีน  มารดาชื่อ โสม


          บิดาท่านเสียชีวิตตั้งแต่ท่านยังเด็ก ในสมัยนั้น  หมู่บ้านบุฮมยังไม่มีโรงเรียน
ท่านจึงไม่ได้เรียนหนังสือ ในวัยเด็ก ท่านได้ช่วยมารดาทำไร่ทำนา เช่นเดียวกับเด็กอื่น ๆ
ภายในหมู่บ้าน

          เมื่ออายุได้ ๑๑ ปี ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณร อยู่กับหลวงน้าที่วัดในหมู่บ้าน
ได้เรียนตัวหนังสือลาวและตัวหนังสือธรรม พออ่านออกและเขียนได้บ้าง และได้เริ่มฝึก
กรรมฐานตั้งแต่คราวนั้น ท่านได้ปฏิบัติหลายวิธีเช่น วิธีพุทโธ วิธีนับหนึ่ง สอง สาม...
หลังจากบรรพชาเป็นสามเณรได้ ๑ ปี ๖ เดือน ก็ลาสิกขาบทออกมาช่วยทางบ้านทำมาหากิน

          เมื่ออายุได้ ๒๐ ปี ท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุตามประเพณี ได้ศึกษาและทำสมาธิ
กับหลวงน้าอีกครั้งหนึ่ง หลังจากบวชได้ ๖ เดือน ท่านได้ลาสิกขาบทออกมา และแต่งงาน
มีครอบครัวเมื่ออายุ ๒๒ ปี มีบุตรชาย ๓ คน ท่านมักจะเป็นผู้นำของคนในหมู่บ้านในการทำบุญ
จนเป็นที่นับถือและได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้านถึง ๓ ครั้ง แม้จะมีภาระมาก ท่านก็ยังสนใจการทำ
สมาธิและได้ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอตลอดมา

          ต่อมาท่านได้ย้ายไปอยู่ในตัวอำเภอเชียงคาน เพื่อให้ลูกได้เรียนหนังสือ ท่านได้ประกอบอาชีพ
เป็นพ่อค้า เดินเรือค้าขายขึ้นล่องตามลำน้ำโขง ระหว่าง เชียงคาน-หนองคาย-เวียงจันทน์
บางครั้งไปถึงหลวงพระบาง ทำให้ท่านได้มีโอกาสพบปะกับพระอาจารย์กรรมฐานหลายรูป
จึงเกิดความสมใจธรรมะมากขึ้น นอกจากนี้ ท่านยังเห็นว่าแม้จะทำความดี ทำบุญ และปฏิบัติ
กรรมฐานมาหลายวิธีตั้งแต่ อายุยังน้อย แต่ท่านยังไม่สามารถเอาชนะความโกรธด้วย ท่านจึง
อยากค้นคว้าหาทางออกจากสิ่งเหล่านี้

          ปี พ.ศ.๒๕๐๐ เมื่ออายุได้ ๔๕ ปีเศษ ท่านได้ออกจากบ้าน โดยตั้งใจแน่วแน่ว่า
จะไม่กลับ จนกว่าจะพบธรรมะที่แท้จริง ท่านได้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดรังสีมุกดาราม
ตำบลพันพร้าว  อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย (ปัจจุบันคือ อ.ศรีเชียงใหม่) โดยทำกรรมฐาน
วิธีง่าย ๆ คือ ทำการเคลื่อนไหว แต่ท่านไม่ได้ภาวนาคำว่า "ติง-นิ่ง" (ติง แปลว่า ไหว)
อย่างที่คนอื่นทำกัน ท่านเพียงให้รู้สึกตัวในขณะที่เคลื่อนไหวเท่านั้น ในชั่วเวลาเพียง ๒-๓ วัน
ท่านก็สามารถหลุดพ้นจากความทุกข์ได้โดยเด็ดขาด โดยปราศจากพิธีรีตองหรือครุบาอาจารย์
ในเวลาเช้ามืดของวันขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๘ ปี พ.ศ. ๒๕๐๐

          หลังจากนั้น ท่านได้กลับมาเผยแพร่ชี้แนะสิ่งที่ท่านได้ประสบมาแก่ภรรยาและญาติพี่น้อง
เป็นเวลา ๒ ปี ๘ เดือน โดยขณะนั้นท่านยังเป็นฆราวาสอยู่

          วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๐๓ ท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ อีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากเห็นว่า
ถ้าหากบวชเป็นพระภิกษุแล้ว จะทำให้การเผยแพร่ธรรมะสะดวกขึ้น

          คำสอนหลวงพ่อได้เผยแพร่ออกไปทั้งใน และต่างประเทศ ได้มีผู้ปฏิบัติตามเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ
หลวงพ่อได้อุทิศชีวิตกับการสอนธรรมะ อย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยหรือสุขภาพของร่างกาย
จนกระทั่งอาพาธเป็นโรคมะเร็งที่กระเพาะอาหารเมื่อ ปี พ.ศ.๒๕๒๕ ถึงแม้ว่าสุขภาพท่านจะทรุดโทรม
ลงมาก แต่ท่านก็ยังคงทำงานของท่านต่อไปจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

          หลวงพ่อได้ละสังขารอย่างสงบ ณ ศาลามุงแฝกบนเกาะพุทธธรรม สำนักปฏิบัติธรรมทับมิ่งขวัญ
ตำบลกุดป่อง อำเภอเมือง จังหวัดเลย

          เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน พ.ศ.๒๕๓๑ เวลา ๑๘.๑๕ น. รวมอายุได้ ๗๗ ปี และ ได้ใช้เวลาอบรม
สั่งสอนธรรมะแก่คนทั้งหลายเป็นเวลา ๓๑ ปี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 13, 2008, 03:08:18 pm โดย naruto » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!